Digital Marketing คืออะไร

ในยุคที่อินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทในการใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้น ทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อก่อนโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์และนิตยสารได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่ปัจจุบันกลับต้องปิดตัวลง การทำโฆษณาหรือการตลาดก็ต้องปรับตัวไปตามสภาพเพื่อเอาตัวรอดให้ได้ จึงจะเห็นได้ว่าหลายธุรกิจได้ใช้อินเทอร์เน็ตเป็นช่องทางการตลาดอีกทางหนึ่ง ซึ่งหลายหลายคนคงได้ยินคำว่า Digital Marketing กันบ้างแล้ว

Digital Marketing คือ การทำการตลาดรูปแบบหนึ่งผ่านทางอินเทอร์เน็ต เพื่อโปรโมทสินค้าและเพิ่มยอดขายโดยใช้กลยุทธ์ต่างๆ สร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้า ซึ่งช่องทางนี้ได้รับความนิยมเนื่องจากคนสามารถเข้าถึงได้ง่าย ทุกที่ทุกเวลา และเข้าถึงกับลูกค้าได้ทุกระดับ

โดยช่องทางที่จะทำ Digital Marketing มีหลากหลายรูปแบบ ต่างกันที่ฟีเจอร์และการใช้งาน แบ่งออกเป็น 4 ช่องทาง ได้แก่

  1. Facebook ช่องทางที่ได้รับความนิยมมากที่สุด สามารถสร้างคอนเทนต์ได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งรูปภาพ วิดีโอ และลูกเล่นต่างๆ
  2. Instagram ช่องทางที่ได้รับความนิยมจากวัยรุ่นและวัยทำงาน โดยเน้นเนื้อหาที่เป็นรูปภาพหรือวิดีโอที่เข้าใจง่ายและรวดเร็ว
  3. Youtube เป็นช่องทางที่นำเสนอเนื้อหาเฉพาะรูปแบบวิดีโอ สามารถเข้าใจง่ายและสร้างความดึงดูดได้เป็นอย่างดี
  4. E-mail ถือว่าเป็นช่องทาง Digital Marketing ที่มีมาอย่างยาวนาน วิธีนี้จะแตกต่างกับวิธีอื่นๆ เพราะเนื้อหาจะถูกส่งเข้าสู่ E-mail ส่วนตัวของแต่ละคนโดยตรง มีโอกาสได้รับการตอบรับจากลูกค้าค่อนข้างสูง ซึ่งง่ายต่อการรักษาฐานลูกค้าเก่า และขยายฐานลูกค้าใหม่

เพิ่มยอดขายแบบไม่เสียเงินผ่าน LINE@

4 วิธีดีๆที่เราจะแนะนำในการเพิ่มยอดขายใน Line@ แบบไม่ต้องเสียเงินลงทุนสักบาทใน Line@ เพื่อเป็นประโยชน์ให้ผู้ที่สนใจเริ่มทำธุรกิจใน Line มาฝากกันครับ

  • ขายยกเซ็ต เช่น ซื้อคู่ถูกกว่า, ซื้อเป็นแพ็คประหยัดกว่า, ขายแบบจัดเป็นเซ็ต หรืออาจจะจัดโปรซื้อชิ้นที่ 2 ลด 50% ก็ได้
  • สิทธิพิเศษ อาจให้เป็นสิทธิส่งฟรี EMS หรือจะให้สะสมแต้มแจกของรางวัล แจกบัตรสมาชิกก็ยังได้
  • ลดต้นทุน โดยการตรวจสอบต้นทุนในการทำธุรกิจทั้งหมด แล้วดูว่ามีส่วนไหนที่ไม่จำเป็น และสามารถตัดออกได้บ้าง เช่น ค่าขนส่ง อุปกรณ์แพ็คของต่างๆ เป็นต้น นอกจากนี้ยังควรเช็กเงินที่ใช้ไปกับการทำโฆษณาด้วย ว่าเราจ่ายค่าโฆษณาที่ซ้ำซ้อนอยู่ไหม ผลตอบรับที่ได้คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปหรือเปล่า
  • คุยกับลูกค้าเก่า การรักษาลูกค้าเก่านั้นถือว่าจำเป็นมาก เพราะลูกค้าเก่าจะรู้จักธุรกิจเราอยู่แล้ว ไม่ต้องเสียค่าโฆษณาสร้าง Awareness ก็สามารถขายได้เลย ตัวอย่างเช่นการใช้ Broadcast บน LINE@ ลูกค้าที่ Follow เราย่อมรู้จักและชื่นชอบสินค้าของเราอยู่แล้ว แถมลงทุนเพียงแค่ 998 บาท ต่อเดือน แต่ส่ง Broadcast ผ่าน LINE@ ทีเดียวก็ได้กำไรเกินที่ลงทุนแล้ว

เห็นไหมคะว่าเรื่องเล็กน้อยที่เรามองข้าม หรือไม่ได้ใส่ใจนี่แหละจะสามารถลดเงินลงทุน แต่จะช่วยเพิ่มความคุ้มค่าให้กับธุรกิจของเราได้ไม่น้อยเลยทีเดียว อ่านแล้วก็รีบนำไปปรับใช้กันด้วยนะคะ ก่อนที่จะตามคู่แข่งไม่ทัน!

ขายของในไลน์ ผ่าน Line@

Line@ เปรียบเสมือนหน้าร้านค้าของเรา ที่เปิดอยู่ใน Line มีไว้สำหรับขายสินค้า และบริการของเรา ผ่าน Line@ ซึ่งกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในการ ขายของในไลน์สำหรับใครที่อยากจะเริ่ม ขายของผ่าน Line@ แต่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร วันนี้เราจะมาแนะนำ

หากใครที่มี Account Line@ แล้วแต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนดี วันนี้ NIPA Training มีเคล็ดลับง่ายๆ มาบอกเหล่ามือใหม่ที่ขายของในไลน์ได้รู้กัน ก่อนอื่นหลังจากสมัคร Account Line@ อย่าลืมตรวจสอบว่าเราสมัครผ่านตัวแอปฯ หรือผ่านเว็บไซต์ ซึ่งถ้าสมัครผ่านแอปฯ จะต้องขอ Approve ด้วย เพราะระบบไม่ได้ขอให้อัตโนมัติเหมือนการสมัครผ่านเว็บไซต์ หลังจากเช็กเรียบร้อยแล้วก็ไปดู 5 สิ่งแรกที่ควรทำเมื่อเริ่มขายของในไลน์ ผ่าน Line@ ได้เลย

  1. ซื้อ Premium ID

การใช้ RandomID ที่ได้จาก Line@ ตั้งแต่แรกไปโปรโมท คงจะไม่เป็นผลดีแน่นอน เพราะ RandomID มักจะเป็นตัวอักษรและตัวเลขที่จัดวางแบบอ่านไม่ออก จะพิมพ์ก็ยาก ลูกค้าคงจะจำไม่ได้แน่นอน เราแนะนำให้พ่อค้าแม่ค้าที่ขายของในไลน์ หันมาเปลี่ยน ID ให้เป็นชื่อร้านของเราเองโดยซื้อ Premium ID ซึ่งค่าใช้จ่ายก็ไม่ได้แพงจนเกินไป แถมลูกค้ายังจดจำแบรนด์ของเราได้อย่างง่ายดายอีกด้วย

  1. ขยันอัปเดตอย่าปล่อยให้ Line@ ร้าง

อย่าลืมอัปเดตข้อมูลใน Line@ อยู่ตลอดเวลา เพื่อไม่ให้ลูกค้าสงสัยว่าเป็น Line@ ร้างโดย

– เปลี่ยนภาพโปรไฟล์ใหม่ให้เป็นโลโก้หรือสินค้าของร้านตัวเอง

– โพสต์คอนเทนต์บนไทม์ไลน์ อย่างน้อย 2 – 3 โพสต์ต่อสัปดาห์ อาจเป็นการแนะนำร้านค้า แนะนำสินค้าหรือที่ตั้งของร้าน

– ใส่ภาพ Cover ให้ไทม์ไลน์ด้วย ซึ่งทำได้โดยเปิดแอปฯ ขึ้นมา เลือกแถบ Home แล้วคลิกบนภาพ Cover เพื่อเลือกภาพจากมือถือมาใส่ได้เลย

  1. สร้าง Coupon

ตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้การขายของในไลน์ของคุณประสบความสำเร็จมากขึ้น ก็คือการแจกคูปองนั่นเอง จำไว้ให้ดีว่าลูกค้ามักจะติดตาม Line@ มากขึ้นเมื่อมีการลด แลก แจก แถม รู้อย่างนี้แล้วก็เริ่มสร้างคูปองและ Broadcast เพื่อส่งไปให้ Follower ทุกคนได้เลย

  1. เปลี่ยนข้อความต้อนรับให้โดนใจ

ทุกครั้งที่มีคนแอดเรามาใหม่เจ้า Greeting Message จะเด้งไปทักทายโดยอัตโนมัติ ดังนั้นคนที่ขายของในไลน์จึงควรบันทึกข้อมูลที่ลูกค้าถามบ่อยๆ ลงไป เช่น ร้านมีกี่สาขา วิธีสั่งซื้อ โปรโมชันต่างๆ หรือจะใส่ลิงก์เพื่อเข้าสู่หน้าเว็บไซต์ของทางร้านก็ได้ นอกจากนี้ยังสามารถใส่คูปองที่สร้างไว้ในขั้นตอนที่แล้ว พอลูกค้าแอดมาก็สามารถนำไปใช้ได้เลย

  1. โปรโมท Line@

เมื่อตั้งค่า Line@ พร้อมแล้ว ก็อย่าลืมโปรโมท Line@ เพิ่มยอด Follower เพื่อสร้างโอกาสในการขายของในไลน์ วันนี้เรามี 3 วิธีเพิ่มยอด Follower แบบง่ายๆ มาแนะนำ

– เพิ่มจำนวนเพื่อนจากช่องทางที่มีอยู่แล้ว อย่ารอช้ารีบแชร์ลิงก์ไปเลยทุกช่องทาง ทุกโซเชียลมีเดีย

– อย่าลืมโพสต์บนไทม์ไลน์ เพราะยิ่งกดไลก์เยอะก็ยิ่งมี ก็ยิ่งมีคนเห็นเยอะมากขึ้นไปอีก

– สำหรับคนที่มีหน้าร้าน อย่าลืมแจ้งข่าวหรือกิจกรรมที่หน้าร้านด้วย อาจจะทำเป็นโปสเตอร์แปะไว้ให้ลูกค้าแอดไป รับรองมีลูกค้าเพิ่มขึ้นแน่นอน

รู้แบบนี้แล้วก็อย่ารอช้า รีบหยิบมือถือขึ้นมาสมัคร Line@ แล้วอย่าลืมทำตามที่เราแนะนำ เพียงเท่านี้การขายของในไลน์ให้ประสบความสำเร็จก็จะไม่ยากอีกต่อไป

เตรียมข้อมูลติดต่อผู้จัดงานอีเว้นท์

หลายคนคงคิดว่าการจะออกบูธในงานอีเว้นท์แต่ละครั้งคงต้องยุ่งยากมีหลายขั้นตอน และไม่รู้ว่าขั้นตอนการติดต่อจะเป็นยังไงต้องเริ่มจากตรงไหนหรือต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง วันนี้เราจะมาบอกถึงข้อมูลเบื้องต้นที่ร้านค้าควรเตรียมไว้ เพื่อใช้ในการติดต่อขอพื้นที่ออกบูธในงานอีเว้นท์ ซึ่งขั้นตอนการติดต่อของแต่ละงานอาจจะแตกต่างกันไป แต่ข้อมูลเบื้องต้นจะคล้ายๆ กันตามนี้เลยนะคะ

  1. ข้อมูล/ รายละเอียดของร้าน

ควรเตรียมรายละเอียดต่างๆ ของร้านให้ครบถ้วน ทั้งชื่อร้าน รายละเอียดของสินค้า รวมถึงชื่อเจ้าของร้าน หรือชื่อผู้ที่ดูแล เพื่อที่ทางผู้จัดงานอีเว้นท์จะได้ทราบข้อมูลนี้เบื้องต้น และสามารถจัดพื้นที่ที่เหมาะสมให้ได้ ดังนั้นเราควรบอกรายละเอียดเกี่ยวกับร้าน และสินค้าให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่าลืมว่าไม่ใช่ทุกคนจะรู้จักร้านเรานะคะ

  1. ช่องทางการติดต่อ

ส่วนใหญ่แล้วทางผู้จัดงานอีเว้นท์จะขอช่องทางการติดต่อเพิ่มเติมอยู่แล้ว ซึ่งผู้จัดส่วนใหญ่ก็อยากดูโซเชียลมีเดีย เพื่อดูความเหมาะสมเพิ่มเติม ต้องบอกเลยว่าหน้าโซเชียลมีเดียถือเป็นสิ่งที่มีผลต่อการตัดสินใจของผู้จัดงานมากๆ ดังนั้นพยายามนำเสนอ และอัปเดตสินค้าของร้านเป็นประจำ เพื่อภาพลักษณ์ที่ดีของร้านนั่นเอง

  1. รูปภาพประกอบการตัดสินใจ

เป็นอีกข้อที่ทุกคนต้องให้ความสำคัญมากๆ นะคะ เพราะภาพประกอบเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่ผู้จัดงานจะใช้ประกอบการตัดสินใจว่าจะเลือกร้านเราไปออกบูธในงานอีเว้นท์หรือไม่? ยิ่งเราจัดวาง พรีเซนต์สินค้าได้ดีเท่าไร มันก็จะแสดงถึงภาพลักษณ์ของร้านมากขึ้นเท่านั้น รับรองได้เลยว่าถ้าคุณใส่ใจในรายละเอียดยังไงร้านคุณก็จะได้รับเลือกให้ออกบูธแน่นอน

แต่ก่อนที่เราจะไปออกบูธงานไหน ก็ควรดูให้ดีก่อนว่างานอีเว้นท์นั้นเหมาะกับสินค้าของเราหรือไม่ เพราะแต่ละงานก็จะมีกลุ่มเป้าหมายไม่เหมือนกัน ดังนั้นถ้าอยากได้ลูกค้าที่ตรงกลุ่มก็อย่าลืมเช็กรายละเอียดของงานอีเว้นท์ให้เรียบร้อย และเตรียมข้อมูลให้พร้อม เพื่อความสะดวก และง่ายต่อการติดต่อกลับนะคะ

ขายของใน LINE กับ LINE@ ต่างกันอย่างไร?

พ่อค้าแม่ค้าหลายคนคงสงสัย ว่าทำไมต้องใช้ LINE@ ทั้งๆ ที่เราก็สามารถใช้ LINE ธรรมดาพูดคุยกับลูกค้าได้เหมือนกัน แต่ถ้าพูดถึงจุดประสงค์ของทั้ง 2 ตัว จะเห็นถึงความแตกต่าง และจุดประสงค์ของเครื่องมือ 2 ตัวได้ชัดเจนเลยทีเดียว

LINE ถูกออกแบบมาเพื่อพูดคุยส่วนบุคคลอย่างเพื่อนหรือครอบครัว เหมาะที่จะใช้พูดคุยเรื่องส่วนตัว

LINE@ เหมาะกับการสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจ เพราะมีฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์การทำธุรกิจที่หลากหลาย

แต่ก็ไม่ผิดถ้าหากจะขายของใน LINE ธรรมดาอยู่ เพียงแค่คุณจะพลาดโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าไป ยกตัวอย่างเช่น

ไม่มีระบบแอดมิน

เป็นที่รู้กันว่า LINE สามารถใช้ได้เพียงแค่ 1 ID ต่อ 1 เครื่องเท่านั้น ซึ่งอาจทำให้การตอบลูกค้าตกหล่นไปเพราะมีผู้ตอบกลับเพียงคนเดียว

LINE เพิ่มเพื่อนได้มากสุดแค่ 5000 คน

ถ้าธุรกิจของคุณเป็นธุรกิจเล็กๆ ก็อาจขายของใน LINE ธรรมดาได้ แต่คงจะวุ่นวายมากแน่หากต้องใช้ไลน์ส่วนตัวที่มีไว้คุยกับเพื่อน หรือครอบครัวร่วมกับการตอบไลน์ลูกค้า และเมื่อถึงเวลาที่ร้านค้าเริ่มขายดีแล้วมีลูกค้าสนใจแอดเข้ามาเรื่อยๆ อาจติดตรงที่เพื่อนเต็ม ทำให้ลูกค้าไม่สามารถเพิ่มเพื่อนได้ ถือเป็นการเสียโอกาส และพลาดโอกาสในการเพิ่มยอดขายไปในที่สุด

ไม่มีเครื่องมือในการทำการตลาด

LINE ธรรมดาทำได้เพียงแค่การพูดคุยตอบโต้กันเท่านั้น ซึ่งแตกต่างกับ LINE@ ที่มีเครื่องมือสำคัญหลายตัวที่สามารถสร้างปฏิสัมพันธ์ในการทำการตลาด และเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจได้หลากหลายทางกว่า เช่น

  1. Geeting Message ข้อความสำหรับกล่าวทักทายลูกค้าหลังจากการเพิ่มเพื่อน ด้วยการตั้งข้อความอัตโนมัติ
  2. มีแอดมินตอบลูกค้าได้หลายคน เป็นประโยชน์สำหรับธุรกิจที่ขายดีมากๆ จนตอบลูกค้าแทบไม่ไหว ทำให้ไม่เสียโอกาสในการขายจากการตอบไม่ทัน
  3. E-coupon เป็นสิทธิพิเศษ หรือส่วนลดต่างๆ เราสามารถทำโปรโมชันส่งถึงลูกค้าได้โดยตรง พร้อมกำหนดรายละเอียดต่างๆ เองได้ ทั้งระยะเวลาโปรโมชัน หรือจำนวนการใช้งานคูปอง
  4. Rich Message คือรูปภาพที่มีขนาดใหญ่เท่าหน้าต่างแชทพร้อมใส่ลิงก์ไว้ในรูปภาพนั้นได้ด้วย พูดง่ายๆ คือเมื่อลูกค้าคลิกที่รูปภาพ ก็จะลิงก์ไปสู่เว็บที่กำหนดไว้
  5. Poll & Survey สามารถสำรวจความคิดเห็น และความต้องการของลูกค้าผ่านการสร้างโพล หรือแบบสอบถามถึงลูกค้าได้โดยตรง
  6. Broadcast ใช้สำหรับโฆษณาหรือโปรโมทสินค้าใหม่ๆ สามารถตั้งเวลาล่วงหน้า และกระจายไปสู่ลูกค้าที่มีเราเป็นเพื่อนทั้งหมดได้ในทีเดียว แต่ถึงจะส่งฟรีก็ไม่ควรส่งบ่อยจนเกินไป เพราะอาจทำให้ลูกค้าเกินความรำคาญ และบล็อคร้านค้าของเราได้

หากอยากทำธุรกิจให้ราบรื่น เราควรต้องมีเครื่องมือที่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ พ่อค้าแม่ค้าคนไหนที่ขายของใน LINE เราแนะนำว่าควรเปลี่ยนมาใช้ LINE@ เพราะเป็นเครื่องมือที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรมากมาย รวมถึงฟีเจอร์ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ก็สามารถใช้ได้ฟรีๆ รับรองว่าเป็นประโยชน์ต่อการทำธุรกิจ และจะสามารถเข้าถึงลูกค้าได้มากกว่าเดิมแน่นอน

จัดการอีเว้นท์ให้ง่ายขึ้น ด้วย Digital Platform

ความล้ำสมัยของเทคโนโลยี เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะทำให้การทำงาน หรือกระบวนการจัดการต่างๆ ผ่านพ้นไปได้ง่ายขึ้น เพราะในปัจจุบันผู้คนต่างเริ่มใช้เทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ไม่ว่าจะเป็น แท็บเล็ต สมาร์ทโฟน หรือคอมพิวเตอร์ ซึ่งเราสามารถนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาเป็นตัวช่วยสำหรับจัดงานอีเว้นท์ได้เช่นกัน ลองมาดูกันว่าเราจะเอา Digital Platform มาประยุกต์ใช้กับงานอีเว้นท์ได้อย่างไรบ้าง

การโฆษณา โปรโมท และกระจายข่าวสารต่างๆ ของงานอีเว้นท์ผ่าน Social Media

เมื่อการสื่อสารทุกอย่างถูกกระจายผ่านแบบออนไลน์ เรื่องของค่าใช้จ่าย และการใช้ทรัพยากรก็จะลดลงตามไปด้วย อีกทั้งยังส่งข้อมูลการโปรโมตงานอีเว้นท์ไปถึงผู้คนได้อย่างรวดเร็ว ครอบคลุม และกว้างขวางกว่าการแจกเอกสารเป็นแผ่นๆ อย่างแน่นอน ซึ่งช่องทางการประชาสัมพันธ์หลักๆ ที่หลายบริษัทเลือกใช้ในตอนนี้ก็คงหนีไม่พ้น Facebook เพราะเป็นสื่อช่องทางยอดนิยมที่มีจำนวนผู้ใช้มากที่สุด หากทำการประชาสัมพันธ์งานอีเว้นท์เข้าไป ก็จะถูกกระจาย แชร์ต่อเป็นวงกว้างได้ไม่ยาก

ลดโลกร้อนด้วยการลดใช้กระดาษ

เปลี่ยนการแจกเอกสารของงานอีเว้นท์ด้วยกระดาษแบบเดิมๆ เป็นการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลแทน เช่น การสร้างแอปที่มีรายละเอียดเกี่ยวกับงานอีเว้นท์ สามารถส่งแผนที่การเดินทางโดยใช้แผนที่อิเล็กทรอนิกส์ ส่งรายละเอียดของงานผ่านไฟล์ในรูปแบบออนไลน์แทน รวมไปถึงการทำแบบสอบถามผ่านทางออนไลน์ นอกจากจะลดการใช้กระดาษแล้ว ยังรวบรวมข้อมูลได้ง่าย และแม่นยำกว่าเดิมอีกด้วย

หากเรานำ Digital Platform มาประยุกต์ใช้กับงานอีเว้นท์ ก็จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและลดจำนวนสตาฟลงไปได้เยอะมาก

ของที่ระลึกยอดนิยมในงานอีเว้นท์

งานอีเว้นท์ส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นงานคอนเสิร์ต งานสัมนา งาน Market หรือแม้แต่งานแต่ง ก็ต้องมีของที่ระลึกทั้งนั้น บางงานก็มอบให้กับแขกฟรี หรือบางงานก็มีจำหน่ายของที่ระลึกเหล่านี้หน้างาน ซึ่งสำหรับผู้จัดงานอีเว้นท์แล้ว ของที่ระลึกหน้างานก็เป็นอีกส่วนหนึ่งของการทำการตลาดนั่นเอง ลองสังเกตดูได้ว่าส่วนใหญ่แล้วก็จะมีไอเทมเหล่านี้เป็นหนึ่งในของที่ระลึกเวลามีงานอีเว้นท์เหมือนกัน

– กระเป๋าผ้า

ช่วงนี้เทรนด์รักษ์โลก รักษ์ธรรมชาติกำลังมา และคนส่วนใหญ่ก็หันมารณรงค์เรื่องนี้มากขึ้น ทำให้มีผู้คนเริ่มหันมาใช้กระเป๋าผ้า ถือเป็นการเริ่มต้นในการดูแลสิ่งแวดล้อมง่ายๆ ใกล้ตัวด้วย ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมกระเป๋าผ้าถึงเป็นสิ่งที่ผู้จัดงานอีเว้นท์รีเควสกัน

– ปฏิทิน

ดูเหมือนเป็นไอเทมที่ไม่มีใครอยากได้ใช่ไหมคะ แต่ปฏิทินก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่แทบทุกคนต้องใช้ ยิ่งคนทำงานนี่ของสำคัญเลยนะคะ ซึ่งคนส่วนใหญ่ รวมถึงตัวแอดมินเองก็ไม่ค่อยออกไปหาซื้อกัน เพราะจะได้มาจากการแจกของที่ระลึกนี่แหละค่ะ หรือถ้ามีงานอีเว้นท์ไหนที่มีทำเป็นของที่ระลึกก็จะซื้อกลับมาตั้งไว้ที่โต๊ะทำงานเลย

– ที่รองแก้วน้ำ

สายออฟฟิศน่าจะชอบกันนะคะ หลายคนน่าจะมีติดโต๊ะไว้สักแน่ๆ ซึ่งที่รองแก้วสามารถผลิตออกมาให้มีดีไซน์สวยงามเหมาะแก่การเป็นของที่ระลึกได้ แถมใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวันอีกด้วย บอกเลยว่าแค่ออกแบบมาให้ดึงดูดใจผู้เข้าร่วมงานได้ แปลกใหม่

– ที่ติดโทรศัพท์

กำลังเป็นที่นิยมเลยในช่วงนี้ ซึ่งมันมีหลายรูปแบบ ทั้งแบบห่วง หรือแบบแท่นยื่น ให้เราสามารถถือ และตั้งโทรศัพท์ของเราได้ง่ายขึ้น โดยเราสามารถสั่งทำแบบเฉพาะได้เลย อาจะดีไซน์ออกมาให้แปลกใหม่หรือแตกต่างจากเดิมก็ได้นะคะ ที่ติดโทรศัพท์จึงเป็นอีกไอเดียที่หลายๆ ผู้งานอีเว้นท์เลือกเลย เพราะมันสามารถใช้งานได้จริงนั่นเอง

– ที่เก็บหูฟัง

เชื่อว่าแทบทุกคนต้องมีหูฟังติดไว้ในกระเป๋าอยู่แน่นอน ผู้จัดงานอีเว้นท์หลายคนจึงเลือกที่เก็บหูฟังนี่แหละค่ะมาเป็นของที่ระลึก เพราะเชื่อว่าไม่ค่อยมีใครพับเก็บหูฟังเรียบร้อยหรอกใช่ไหมคะ ขนาดแอดมินยังยัดลงกระเป๋าตลอดเลยค่ะ จะใช้ทีก็แกะกันนานเลย ถ้ามีที่เก็บหูฟังดีดี น่ารักๆ สักอันติดกระเป๋าก็คงจะดี ถ้าผู้จัดคนไหนกำลังหาของที่ระลึกอยู่ อย่าลืมเก็บไอเทมนี้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกนะคะ

และนี่คือไอเทมที่เหล่าผู้จัดงานอีเว้นท์ส่วนใหญ่เลือกให้เป็นของที่ระลึกประจำงานกัน ใครที่กำลังจะจัดงาน และยังนึกไม่ออกว่าจะใช้อะไรเป็นของที่ระลึก

รู้จักกับ WordPress โปรแกรมที่จะช่วยให้คุณสร้างเว็บไซต์ได้ด้วยตัวเอง

บทความนี้ เราจะมาพูดถึง เว็บไซต์สำเร็จรูปอย่าง WordPress เป็นโปรแกรมที่จะช่วยให้การสร้างเว็บไซต์ของคุณเป็นเรื่องง่ายๆ ที่คุณสามารถสร้างเว็บขึ้นมาเองได้ สำหรับใครที่ต้องการทำบล็อกส่วนตัว อยากเริ่มต้นทำเว็บไซต์ หรือเขียนเว็บไซต์เป็นของตัวเอง แต่ไม่มีความรู้ในเรื่องของการเขียนโค้ดเว็บ และไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรดี ลองมาทำความรู้จักกับโปรแกรมที่ชื่อ WordPress กันเถอะค่ะ เป็นตัวช่วยที่น่าสนใจ แถมยังช่วยให้การสร้างเว็บไซต์กลายเป็นเรื่องง่ายๆ ได้อย่างแน่นอน

WordPress คือโปรแกรมสำเร็จรูปที่เอาไว้สร้าง และจัดการเนื้อหาบนอินเทอร์เน็ต (Contents Management System หรือ CMS) โดยที่เราไม่ต้องมานั่งสร้างเว็บไซต์ หรือเขียนโค้ดภาษาคอมพิวเตอร์ เช่น PHP HTML หรือ CSS แต่ WordPress สามารถใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ตได้ทันที คุณจึงสร้างเว็บไซต์ได้โดยที่ไม่ต้องมีความรู้เรื่องภาษาคอมพิวเตอร์

สร้างเว็บไซต์ด้วย WordPress ดีอย่างไร?

  • สะดวกต่อการใช้งาน เพราะไม่ต้องเริ่มสร้างเว็บจาก 0 และไม่ต้องเสียเวลาศึกษาโค้ดภาษาคอมพิวเตอร์ เพราะระบบมีทุกอย่างไว้ให้แล้ว
  • มีธีมให้เลือกใช้เยอะ ทั้งธีมแบบฟรีและธีมแบบพรีเมี่ยม สามารถดาวน์โหลดธีมฟรีได้จาก https://wordpress.org/themes/ แต่ถ้าอยากได้ฟังก์ชันเสริม การซัพพอร์ตจากผู้เขียนธีม หรือเรื่องของการอัปเดตเพิ่มเติม ธีมพรีเมี่ยมจะตอบโจทย์ในส่วนนี้ได้มากกว่า สามารถซื้อและดาวน์โหลดธีมพรีเมี่ยมได้จาก Themeforest.net
  • มี Plugin ให้ใช้อย่างหลากหลาย ซึ่ง Plugin จะทำหน้าที่เป็นส่วนเสริมเพิ่มคุณสมบัติให้กับเว็บไซต์ เช่น ทำให้ภาพสไลด์ได้, ช่วยสนับสนุนการทำ SEO หรือแบ่ง Layer เว็บไซต์ เป็นต้น
  • อัปเดตง่าย สม่ำเสมอ และเต็มไปด้วยสุดยอดนักพัฒนา

WordPress ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับเว็บหลายรูปแบบ ใช้งานง่ายเพียงแค่กำหนดข้อมูลตามส่วนต่างๆ ก็เรียบร้อยแล้ว แต่สิ่งที่จะทำให้เว็บดูสมบูรณ์แบบได้ก็คือธีม ซึ่งเราสามารถเลือกประเภทของธีมให้เข้ากับรูปแบบการใช้งานที่ต้องการโดยที่ไม่ต้องตั้งค่าอะไรมากมาย

ประเภทของธีมจะมีให้เลือกหลายแนวมาก ไม่ว่าจะเป็น Blog, Portfolio, Business, eCommerce เป็นต้น แต่ถ้าหากใครยังนึกไม่ออกว่า WordPress จะสามารถทำเว็บแบบไหนได้บ้าง สามารถกดเข้าไปดู Demo หรือ Preview เพื่อดูหน้าตาการสร้างเว็บแต่ละแบบก่อนก็ได้เช่นกัน

4 ข้อดีเปิดร้านในไลน์ของ Line Shop

ณ ปัจจุบันนี้เราปฏิเสธไม่ได้เลย ว่าแทบจะไม่มีใครไม่รู้จัก แอปพลิเคชัน Line เลย เพราะนอกจากจะเป็นแชทยอดฮิต ยังมีนักธุรกิจหลายเจ้าเข้ามาบุกทำการตลาดออนไลน์บน Line กันอย่างมาก

ในช่วงที่ผ่านมาแอปพลิเคชัน Line มีการพัฒนาบริการใหม่ๆเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดกับ Line Shop ศูนย์รวมร้านค้าแห่งใหม่บนโลกออนไลน์ แน่นอนว่าทั้งแบรนด์ดัง ๆ ดารา หรือ แม้แต่เซเลบเองก็หันมาเปิดร้านในไลน์กันมากขึ้น

หลายคนคงสงสัยว่า Line Shop นั้นดียังไง ? ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องนี้กัน เพื่อให้เหล่าพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ได้หายข้องใจว่าทำไมใคร ๆก็หันมาเปิดร้านในไลน์เพิ่มขึ้น

ซึ่งความจริงแล้วข้อดีของ Line Shop นั้นมีมากมายแต่ในวันนี้เราจะขอยกข้อเด่น ๆ มา 4 ข้อ มาดูกันว่ามีข้อดีอะไรบ้าง

  1. เปิดให้บริการฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย

คุณสามารถใช้บริการ Line Shop ได้ฟรี ๆ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในสถานะผู้ซื้อ หรือ ผู้ขาย ซึ่งประเภทสินค้าก็มีให้เลือกหลายหลายเช่นกัน และผู้ขายจะต้องไม่ขายสินค้าที่ผิดกฎของทาง Line Shop มิเช่นนั้นบัญชีอาจโดนแบนได้ทันที

  1. ระบบการซื้อขายสะดวกขึ้น

เป็นแอปพลิเคชันที่มี ระบบแชท ที่สะดวกมากทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย เพราะร้านค้าใน Line Shop จะต้องผูกบัญชีลิงก์ไว้กับ Line ดังนั้นลูกค้าสามารถติดต่อเจ้าของร้านได้โดยตรง ระบบต่อมาคือ ระบบหลังบ้าน ที่ให้ลูกค้าสั่งซื้อสินค้าได้สะดวกมากขึ้น สามารถกดสั่งได้ทันที แถมไม่ต้องพิมพ์ที่อยู่หลายครั้งหากลูกค้าสั่งสินค้าร้านเดิม และยังตรวจสอบประวัติการสั่งซื้อย้อนหลังได้ ส่วนฝั่งร้านค้าสามารถสร้างใบสั่งซื้อส่งกลับไปได้ทันที ซึ่งเหล่าพ่อค้าแม้ค้าสามารถตรวจสอบออเดอร์ได้ตลอดเวลาทำให้หมดกังวลเรื่องการตอบข้อความตกหล่นไปได้เลย

  1. กิจกรรมและโปรโมชันใน Line Shop

หากผู้ขายกลัวว่าลูกค้าไม่เห็นโปรโมชันที่ทาง Line Shop โปรโมทให้ ผู้ขายสามารถโพสข้อความโปรโมทโปรโมชันบน Line Shop ไทม์ไลน์ได้เอง ที่สำคัญสามารถส่งโปรโมชันไปยังกลุ่มลูกค้าที่ติดตามร้านค้าได้

4.ร้านค้ามีความน่าเชื่อถือและปลอดภัย

ในปัจจุบันมีข่าวเตือนภัยการซื้อ-ขาย บนโลกออนไลน์ให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง ทำให้บางร้านถูกลดความน่าเชื่อลงไปเพราะไม่มีใครมาการันตี ซึ่งร้านค้าใน Line Shop ก็มีอยู่ 2 ประเภท คือร้านค้าธรรมดากับร้านค้าที่ผ่านการยืนยันตัวตนกับ Line ซึ่งร้านค้าแบบหลังจะมี Sally Grade ให้ เป็นการเพิ่มความน่าเชื่อถือให้ร้านและเพิ่มความมั่นใจให้ลูกค้าได้อัตโนมัติ

ข้อดีเหล่านี้ทำให้ Line Shop เป็นช่องทางที่น่าสนใจสำหรับเหล่าพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์มือโปร ดังนั้นห้ามพลาดเด็ดขาดสำหรับการเปิดร้านในไลน์ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกและเพิ่มรายได้ให้คุณมากขึ้น

ทำความรู้จักกับงานอีเว้นท์ในรูปแบบต่างๆ

หากพูดถึงงานอีเว้นท์ หลายคนคงคุ้นเคยและรู้จักกับงานอีเว้นท์กันเป็นอย่างดี ซึ่งแต่ละงานอีเว้นท์ที่ถูกจัดขึ้นต่างก็มีจุดประสงค์ และเป้าหมายของการจัดงานที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับผู้จัดงานว่าต้องการให้งานอีเว้นท์ออกมาในรูปแบบไหน ลองมาทำความรู้จักกับการจัดงานอีเว้นท์ในแต่ละรูปแบบกันดีกว่าว่าจะมีรูปแบบใดบ้างและแต่ละงานถูกจัดขึ้นเพื่ออะไร

  1. งานสัมมนา

ถือเป็นงานอีเว้นท์รูปแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะให้ข้อมูลและสาระความรู้ต่างๆ แก่ผู้ร่วมงานแล้ว ยังสามารถจัดงานได้อย่างอิสระ ไม่มีข้อบังคับที่ตายตัว สามารถเลือกใช้เทคนิคในการจัดงานได้หลายรูปแบบ แต่ข้อมูลที่ถูกนำมาพูดคุยภายในงานก็จะเป็นข้อมูลที่ไม่หนักจนเกินไปเช่นกัน

  1. งานแสดงสินค้า

เชื่อว่าหลายคนคงจะคุ้นเคย และเคยมีส่วนร่วมกับงานอีเว้นท์รูปแบบนี้มากที่สุด เพราะเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดรูปแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เป็นการจัดงานเพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการขององค์กรให้เกิดความดึงดูดและความน่าสนใจ ส่วนมากจะเน้นเป็นการเปิดตัวหรือปรับเปลี่ยนสินค้า ซึ่งถือเป็นช่องทางในการกระจายสารให้รับรู้ในวงกว้างได้อย่างดี

  1. งานประชุม

งานอีเว้นท์รูปแบบนี้จะเน้นเป็นการประชุมหรือพูดคุยกันในเรื่องที่มีสาระและความรู้เป็นหลักมากกว่างานอีเว้นท์ในรูปแบบสัมมนา มักจะใช้วิทยากรที่มีความรู้หรือผู้เชี่ยวชาญมาพูดคุย ให้ความรู้ และแชร์ประสบการณ์ที่มีให้กับผู้ที่เข้าร่วมงานอีเว้นท์

  1. งานอีเว้นท์ประเภทอื่นๆ

งานอีเว้นท์ประเภทนี้จะมีลักษณะการจัดงานที่ไม่ตายตัว และไม่มีแบบแผนเหมือนการจัดงานอีเว้นท์ในรูปแบบอื่นๆ ขึ้นอยู่กับว่างานอีเว้นท์นั้นจะดำเนินไปในลักษณะไหน สถานที่แบบใด อาจเป็นงานขนาดเล็กหรืองานขนาดใหญ่ก็ได้ เช่น การจัดนิทรรศการ, งานเลี้ยงภายในองค์กร, งานแจกลายเซ็น, งานแฟชันโชว์, งานการกุศล เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นงานอีเว้นท์ทั้งสิ้น

การรู้จุดประสงค์ในการจัดงานอีเว้นท์จะทำให้ผู้จัดงานสามารถออกแบบได้ว่างานที่ออกมาควรมีลักษณะอย่างไร เพื่อกำหนดรูปแบบการจัดงานอีเว้นท์ให้ตรงกับสิ่งที่ต้องการนำเสนอแก่ผู้ร่วมงาน และถ้าหากยิ่งได้ผู้เชี่ยวชาญมาช่วยในการจัดงานอีเว้นท์ก็จะยิ่งทำให้งานอีเว้นท์นั้นๆ ออกมามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน