ขายของใน LINE กับ LINE@ ต่างกันอย่างไร?

พ่อค้าแม่ค้าหลายคนคงสงสัย ว่าทำไมต้องใช้ LINE@ ทั้งๆ ที่เราก็สามารถใช้ LINE ธรรมดาพูดคุยกับลูกค้าได้เหมือนกัน แต่ถ้าพูดถึงจุดประสงค์ของทั้ง 2 ตัว จะเห็นถึงความแตกต่าง และจุดประสงค์ของเครื่องมือ 2 ตัวได้ชัดเจนเลยทีเดียว

LINE ถูกออกแบบมาเพื่อพูดคุยส่วนบุคคลอย่างเพื่อนหรือครอบครัว เหมาะที่จะใช้พูดคุยเรื่องส่วนตัว

LINE@ เหมาะกับการสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจ เพราะมีฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์การทำธุรกิจที่หลากหลาย

แต่ก็ไม่ผิดถ้าหากจะขายของใน LINE ธรรมดาอยู่ เพียงแค่คุณจะพลาดโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าไป ยกตัวอย่างเช่น

ไม่มีระบบแอดมิน

เป็นที่รู้กันว่า LINE สามารถใช้ได้เพียงแค่ 1 ID ต่อ 1 เครื่องเท่านั้น ซึ่งอาจทำให้การตอบลูกค้าตกหล่นไปเพราะมีผู้ตอบกลับเพียงคนเดียว

LINE เพิ่มเพื่อนได้มากสุดแค่ 5000 คน

ถ้าธุรกิจของคุณเป็นธุรกิจเล็กๆ ก็อาจขายของใน LINE ธรรมดาได้ แต่คงจะวุ่นวายมากแน่หากต้องใช้ไลน์ส่วนตัวที่มีไว้คุยกับเพื่อน หรือครอบครัวร่วมกับการตอบไลน์ลูกค้า และเมื่อถึงเวลาที่ร้านค้าเริ่มขายดีแล้วมีลูกค้าสนใจแอดเข้ามาเรื่อยๆ อาจติดตรงที่เพื่อนเต็ม ทำให้ลูกค้าไม่สามารถเพิ่มเพื่อนได้ ถือเป็นการเสียโอกาส และพลาดโอกาสในการเพิ่มยอดขายไปในที่สุด

ไม่มีเครื่องมือในการทำการตลาด

LINE ธรรมดาทำได้เพียงแค่การพูดคุยตอบโต้กันเท่านั้น ซึ่งแตกต่างกับ LINE@ ที่มีเครื่องมือสำคัญหลายตัวที่สามารถสร้างปฏิสัมพันธ์ในการทำการตลาด และเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจได้หลากหลายทางกว่า เช่น

  1. Geeting Message ข้อความสำหรับกล่าวทักทายลูกค้าหลังจากการเพิ่มเพื่อน ด้วยการตั้งข้อความอัตโนมัติ
  2. มีแอดมินตอบลูกค้าได้หลายคน เป็นประโยชน์สำหรับธุรกิจที่ขายดีมากๆ จนตอบลูกค้าแทบไม่ไหว ทำให้ไม่เสียโอกาสในการขายจากการตอบไม่ทัน
  3. E-coupon เป็นสิทธิพิเศษ หรือส่วนลดต่างๆ เราสามารถทำโปรโมชันส่งถึงลูกค้าได้โดยตรง พร้อมกำหนดรายละเอียดต่างๆ เองได้ ทั้งระยะเวลาโปรโมชัน หรือจำนวนการใช้งานคูปอง
  4. Rich Message คือรูปภาพที่มีขนาดใหญ่เท่าหน้าต่างแชทพร้อมใส่ลิงก์ไว้ในรูปภาพนั้นได้ด้วย พูดง่ายๆ คือเมื่อลูกค้าคลิกที่รูปภาพ ก็จะลิงก์ไปสู่เว็บที่กำหนดไว้
  5. Poll & Survey สามารถสำรวจความคิดเห็น และความต้องการของลูกค้าผ่านการสร้างโพล หรือแบบสอบถามถึงลูกค้าได้โดยตรง
  6. Broadcast ใช้สำหรับโฆษณาหรือโปรโมทสินค้าใหม่ๆ สามารถตั้งเวลาล่วงหน้า และกระจายไปสู่ลูกค้าที่มีเราเป็นเพื่อนทั้งหมดได้ในทีเดียว แต่ถึงจะส่งฟรีก็ไม่ควรส่งบ่อยจนเกินไป เพราะอาจทำให้ลูกค้าเกินความรำคาญ และบล็อคร้านค้าของเราได้

หากอยากทำธุรกิจให้ราบรื่น เราควรต้องมีเครื่องมือที่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ พ่อค้าแม่ค้าคนไหนที่ขายของใน LINE เราแนะนำว่าควรเปลี่ยนมาใช้ LINE@ เพราะเป็นเครื่องมือที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรมากมาย รวมถึงฟีเจอร์ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ก็สามารถใช้ได้ฟรีๆ รับรองว่าเป็นประโยชน์ต่อการทำธุรกิจ และจะสามารถเข้าถึงลูกค้าได้มากกว่าเดิมแน่นอน

จัดการอีเว้นท์ให้ง่ายขึ้น ด้วย Digital Platform

ความล้ำสมัยของเทคโนโลยี เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะทำให้การทำงาน หรือกระบวนการจัดการต่างๆ ผ่านพ้นไปได้ง่ายขึ้น เพราะในปัจจุบันผู้คนต่างเริ่มใช้เทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ไม่ว่าจะเป็น แท็บเล็ต สมาร์ทโฟน หรือคอมพิวเตอร์ ซึ่งเราสามารถนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาเป็นตัวช่วยสำหรับจัดงานอีเว้นท์ได้เช่นกัน ลองมาดูกันว่าเราจะเอา Digital Platform มาประยุกต์ใช้กับงานอีเว้นท์ได้อย่างไรบ้าง

การโฆษณา โปรโมท และกระจายข่าวสารต่างๆ ของงานอีเว้นท์ผ่าน Social Media

เมื่อการสื่อสารทุกอย่างถูกกระจายผ่านแบบออนไลน์ เรื่องของค่าใช้จ่าย และการใช้ทรัพยากรก็จะลดลงตามไปด้วย อีกทั้งยังส่งข้อมูลการโปรโมตงานอีเว้นท์ไปถึงผู้คนได้อย่างรวดเร็ว ครอบคลุม และกว้างขวางกว่าการแจกเอกสารเป็นแผ่นๆ อย่างแน่นอน ซึ่งช่องทางการประชาสัมพันธ์หลักๆ ที่หลายบริษัทเลือกใช้ในตอนนี้ก็คงหนีไม่พ้น Facebook เพราะเป็นสื่อช่องทางยอดนิยมที่มีจำนวนผู้ใช้มากที่สุด หากทำการประชาสัมพันธ์งานอีเว้นท์เข้าไป ก็จะถูกกระจาย แชร์ต่อเป็นวงกว้างได้ไม่ยาก

ลดโลกร้อนด้วยการลดใช้กระดาษ

เปลี่ยนการแจกเอกสารของงานอีเว้นท์ด้วยกระดาษแบบเดิมๆ เป็นการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลแทน เช่น การสร้างแอปที่มีรายละเอียดเกี่ยวกับงานอีเว้นท์ สามารถส่งแผนที่การเดินทางโดยใช้แผนที่อิเล็กทรอนิกส์ ส่งรายละเอียดของงานผ่านไฟล์ในรูปแบบออนไลน์แทน รวมไปถึงการทำแบบสอบถามผ่านทางออนไลน์ นอกจากจะลดการใช้กระดาษแล้ว ยังรวบรวมข้อมูลได้ง่าย และแม่นยำกว่าเดิมอีกด้วย

หากเรานำ Digital Platform มาประยุกต์ใช้กับงานอีเว้นท์ ก็จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและลดจำนวนสตาฟลงไปได้เยอะมาก

ของที่ระลึกยอดนิยมในงานอีเว้นท์

งานอีเว้นท์ส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นงานคอนเสิร์ต งานสัมนา งาน Market หรือแม้แต่งานแต่ง ก็ต้องมีของที่ระลึกทั้งนั้น บางงานก็มอบให้กับแขกฟรี หรือบางงานก็มีจำหน่ายของที่ระลึกเหล่านี้หน้างาน ซึ่งสำหรับผู้จัดงานอีเว้นท์แล้ว ของที่ระลึกหน้างานก็เป็นอีกส่วนหนึ่งของการทำการตลาดนั่นเอง ลองสังเกตดูได้ว่าส่วนใหญ่แล้วก็จะมีไอเทมเหล่านี้เป็นหนึ่งในของที่ระลึกเวลามีงานอีเว้นท์เหมือนกัน

– กระเป๋าผ้า

ช่วงนี้เทรนด์รักษ์โลก รักษ์ธรรมชาติกำลังมา และคนส่วนใหญ่ก็หันมารณรงค์เรื่องนี้มากขึ้น ทำให้มีผู้คนเริ่มหันมาใช้กระเป๋าผ้า ถือเป็นการเริ่มต้นในการดูแลสิ่งแวดล้อมง่ายๆ ใกล้ตัวด้วย ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมกระเป๋าผ้าถึงเป็นสิ่งที่ผู้จัดงานอีเว้นท์รีเควสกัน

– ปฏิทิน

ดูเหมือนเป็นไอเทมที่ไม่มีใครอยากได้ใช่ไหมคะ แต่ปฏิทินก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่แทบทุกคนต้องใช้ ยิ่งคนทำงานนี่ของสำคัญเลยนะคะ ซึ่งคนส่วนใหญ่ รวมถึงตัวแอดมินเองก็ไม่ค่อยออกไปหาซื้อกัน เพราะจะได้มาจากการแจกของที่ระลึกนี่แหละค่ะ หรือถ้ามีงานอีเว้นท์ไหนที่มีทำเป็นของที่ระลึกก็จะซื้อกลับมาตั้งไว้ที่โต๊ะทำงานเลย

– ที่รองแก้วน้ำ

สายออฟฟิศน่าจะชอบกันนะคะ หลายคนน่าจะมีติดโต๊ะไว้สักแน่ๆ ซึ่งที่รองแก้วสามารถผลิตออกมาให้มีดีไซน์สวยงามเหมาะแก่การเป็นของที่ระลึกได้ แถมใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวันอีกด้วย บอกเลยว่าแค่ออกแบบมาให้ดึงดูดใจผู้เข้าร่วมงานได้ แปลกใหม่

– ที่ติดโทรศัพท์

กำลังเป็นที่นิยมเลยในช่วงนี้ ซึ่งมันมีหลายรูปแบบ ทั้งแบบห่วง หรือแบบแท่นยื่น ให้เราสามารถถือ และตั้งโทรศัพท์ของเราได้ง่ายขึ้น โดยเราสามารถสั่งทำแบบเฉพาะได้เลย อาจะดีไซน์ออกมาให้แปลกใหม่หรือแตกต่างจากเดิมก็ได้นะคะ ที่ติดโทรศัพท์จึงเป็นอีกไอเดียที่หลายๆ ผู้งานอีเว้นท์เลือกเลย เพราะมันสามารถใช้งานได้จริงนั่นเอง

– ที่เก็บหูฟัง

เชื่อว่าแทบทุกคนต้องมีหูฟังติดไว้ในกระเป๋าอยู่แน่นอน ผู้จัดงานอีเว้นท์หลายคนจึงเลือกที่เก็บหูฟังนี่แหละค่ะมาเป็นของที่ระลึก เพราะเชื่อว่าไม่ค่อยมีใครพับเก็บหูฟังเรียบร้อยหรอกใช่ไหมคะ ขนาดแอดมินยังยัดลงกระเป๋าตลอดเลยค่ะ จะใช้ทีก็แกะกันนานเลย ถ้ามีที่เก็บหูฟังดีดี น่ารักๆ สักอันติดกระเป๋าก็คงจะดี ถ้าผู้จัดคนไหนกำลังหาของที่ระลึกอยู่ อย่าลืมเก็บไอเทมนี้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกนะคะ

และนี่คือไอเทมที่เหล่าผู้จัดงานอีเว้นท์ส่วนใหญ่เลือกให้เป็นของที่ระลึกประจำงานกัน ใครที่กำลังจะจัดงาน และยังนึกไม่ออกว่าจะใช้อะไรเป็นของที่ระลึก

รู้จักกับ WordPress โปรแกรมที่จะช่วยให้คุณสร้างเว็บไซต์ได้ด้วยตัวเอง

บทความนี้ เราจะมาพูดถึง เว็บไซต์สำเร็จรูปอย่าง WordPress เป็นโปรแกรมที่จะช่วยให้การสร้างเว็บไซต์ของคุณเป็นเรื่องง่ายๆ ที่คุณสามารถสร้างเว็บขึ้นมาเองได้ สำหรับใครที่ต้องการทำบล็อกส่วนตัว อยากเริ่มต้นทำเว็บไซต์ หรือเขียนเว็บไซต์เป็นของตัวเอง แต่ไม่มีความรู้ในเรื่องของการเขียนโค้ดเว็บ และไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรดี ลองมาทำความรู้จักกับโปรแกรมที่ชื่อ WordPress กันเถอะค่ะ เป็นตัวช่วยที่น่าสนใจ แถมยังช่วยให้การสร้างเว็บไซต์กลายเป็นเรื่องง่ายๆ ได้อย่างแน่นอน

WordPress คือโปรแกรมสำเร็จรูปที่เอาไว้สร้าง และจัดการเนื้อหาบนอินเทอร์เน็ต (Contents Management System หรือ CMS) โดยที่เราไม่ต้องมานั่งสร้างเว็บไซต์ หรือเขียนโค้ดภาษาคอมพิวเตอร์ เช่น PHP HTML หรือ CSS แต่ WordPress สามารถใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ตได้ทันที คุณจึงสร้างเว็บไซต์ได้โดยที่ไม่ต้องมีความรู้เรื่องภาษาคอมพิวเตอร์

สร้างเว็บไซต์ด้วย WordPress ดีอย่างไร?

  • สะดวกต่อการใช้งาน เพราะไม่ต้องเริ่มสร้างเว็บจาก 0 และไม่ต้องเสียเวลาศึกษาโค้ดภาษาคอมพิวเตอร์ เพราะระบบมีทุกอย่างไว้ให้แล้ว
  • มีธีมให้เลือกใช้เยอะ ทั้งธีมแบบฟรีและธีมแบบพรีเมี่ยม สามารถดาวน์โหลดธีมฟรีได้จาก https://wordpress.org/themes/ แต่ถ้าอยากได้ฟังก์ชันเสริม การซัพพอร์ตจากผู้เขียนธีม หรือเรื่องของการอัปเดตเพิ่มเติม ธีมพรีเมี่ยมจะตอบโจทย์ในส่วนนี้ได้มากกว่า สามารถซื้อและดาวน์โหลดธีมพรีเมี่ยมได้จาก Themeforest.net
  • มี Plugin ให้ใช้อย่างหลากหลาย ซึ่ง Plugin จะทำหน้าที่เป็นส่วนเสริมเพิ่มคุณสมบัติให้กับเว็บไซต์ เช่น ทำให้ภาพสไลด์ได้, ช่วยสนับสนุนการทำ SEO หรือแบ่ง Layer เว็บไซต์ เป็นต้น
  • อัปเดตง่าย สม่ำเสมอ และเต็มไปด้วยสุดยอดนักพัฒนา

WordPress ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับเว็บหลายรูปแบบ ใช้งานง่ายเพียงแค่กำหนดข้อมูลตามส่วนต่างๆ ก็เรียบร้อยแล้ว แต่สิ่งที่จะทำให้เว็บดูสมบูรณ์แบบได้ก็คือธีม ซึ่งเราสามารถเลือกประเภทของธีมให้เข้ากับรูปแบบการใช้งานที่ต้องการโดยที่ไม่ต้องตั้งค่าอะไรมากมาย

ประเภทของธีมจะมีให้เลือกหลายแนวมาก ไม่ว่าจะเป็น Blog, Portfolio, Business, eCommerce เป็นต้น แต่ถ้าหากใครยังนึกไม่ออกว่า WordPress จะสามารถทำเว็บแบบไหนได้บ้าง สามารถกดเข้าไปดู Demo หรือ Preview เพื่อดูหน้าตาการสร้างเว็บแต่ละแบบก่อนก็ได้เช่นกัน

4 ข้อดีเปิดร้านในไลน์ของ Line Shop

ณ ปัจจุบันนี้เราปฏิเสธไม่ได้เลย ว่าแทบจะไม่มีใครไม่รู้จัก แอปพลิเคชัน Line เลย เพราะนอกจากจะเป็นแชทยอดฮิต ยังมีนักธุรกิจหลายเจ้าเข้ามาบุกทำการตลาดออนไลน์บน Line กันอย่างมาก

ในช่วงที่ผ่านมาแอปพลิเคชัน Line มีการพัฒนาบริการใหม่ๆเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดกับ Line Shop ศูนย์รวมร้านค้าแห่งใหม่บนโลกออนไลน์ แน่นอนว่าทั้งแบรนด์ดัง ๆ ดารา หรือ แม้แต่เซเลบเองก็หันมาเปิดร้านในไลน์กันมากขึ้น

หลายคนคงสงสัยว่า Line Shop นั้นดียังไง ? ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องนี้กัน เพื่อให้เหล่าพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ได้หายข้องใจว่าทำไมใคร ๆก็หันมาเปิดร้านในไลน์เพิ่มขึ้น

ซึ่งความจริงแล้วข้อดีของ Line Shop นั้นมีมากมายแต่ในวันนี้เราจะขอยกข้อเด่น ๆ มา 4 ข้อ มาดูกันว่ามีข้อดีอะไรบ้าง

  1. เปิดให้บริการฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย

คุณสามารถใช้บริการ Line Shop ได้ฟรี ๆ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในสถานะผู้ซื้อ หรือ ผู้ขาย ซึ่งประเภทสินค้าก็มีให้เลือกหลายหลายเช่นกัน และผู้ขายจะต้องไม่ขายสินค้าที่ผิดกฎของทาง Line Shop มิเช่นนั้นบัญชีอาจโดนแบนได้ทันที

  1. ระบบการซื้อขายสะดวกขึ้น

เป็นแอปพลิเคชันที่มี ระบบแชท ที่สะดวกมากทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย เพราะร้านค้าใน Line Shop จะต้องผูกบัญชีลิงก์ไว้กับ Line ดังนั้นลูกค้าสามารถติดต่อเจ้าของร้านได้โดยตรง ระบบต่อมาคือ ระบบหลังบ้าน ที่ให้ลูกค้าสั่งซื้อสินค้าได้สะดวกมากขึ้น สามารถกดสั่งได้ทันที แถมไม่ต้องพิมพ์ที่อยู่หลายครั้งหากลูกค้าสั่งสินค้าร้านเดิม และยังตรวจสอบประวัติการสั่งซื้อย้อนหลังได้ ส่วนฝั่งร้านค้าสามารถสร้างใบสั่งซื้อส่งกลับไปได้ทันที ซึ่งเหล่าพ่อค้าแม้ค้าสามารถตรวจสอบออเดอร์ได้ตลอดเวลาทำให้หมดกังวลเรื่องการตอบข้อความตกหล่นไปได้เลย

  1. กิจกรรมและโปรโมชันใน Line Shop

หากผู้ขายกลัวว่าลูกค้าไม่เห็นโปรโมชันที่ทาง Line Shop โปรโมทให้ ผู้ขายสามารถโพสข้อความโปรโมทโปรโมชันบน Line Shop ไทม์ไลน์ได้เอง ที่สำคัญสามารถส่งโปรโมชันไปยังกลุ่มลูกค้าที่ติดตามร้านค้าได้

4.ร้านค้ามีความน่าเชื่อถือและปลอดภัย

ในปัจจุบันมีข่าวเตือนภัยการซื้อ-ขาย บนโลกออนไลน์ให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง ทำให้บางร้านถูกลดความน่าเชื่อลงไปเพราะไม่มีใครมาการันตี ซึ่งร้านค้าใน Line Shop ก็มีอยู่ 2 ประเภท คือร้านค้าธรรมดากับร้านค้าที่ผ่านการยืนยันตัวตนกับ Line ซึ่งร้านค้าแบบหลังจะมี Sally Grade ให้ เป็นการเพิ่มความน่าเชื่อถือให้ร้านและเพิ่มความมั่นใจให้ลูกค้าได้อัตโนมัติ

ข้อดีเหล่านี้ทำให้ Line Shop เป็นช่องทางที่น่าสนใจสำหรับเหล่าพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์มือโปร ดังนั้นห้ามพลาดเด็ดขาดสำหรับการเปิดร้านในไลน์ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกและเพิ่มรายได้ให้คุณมากขึ้น

ทำความรู้จักกับงานอีเว้นท์ในรูปแบบต่างๆ

หากพูดถึงงานอีเว้นท์ หลายคนคงคุ้นเคยและรู้จักกับงานอีเว้นท์กันเป็นอย่างดี ซึ่งแต่ละงานอีเว้นท์ที่ถูกจัดขึ้นต่างก็มีจุดประสงค์ และเป้าหมายของการจัดงานที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับผู้จัดงานว่าต้องการให้งานอีเว้นท์ออกมาในรูปแบบไหน ลองมาทำความรู้จักกับการจัดงานอีเว้นท์ในแต่ละรูปแบบกันดีกว่าว่าจะมีรูปแบบใดบ้างและแต่ละงานถูกจัดขึ้นเพื่ออะไร

  1. งานสัมมนา

ถือเป็นงานอีเว้นท์รูปแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะให้ข้อมูลและสาระความรู้ต่างๆ แก่ผู้ร่วมงานแล้ว ยังสามารถจัดงานได้อย่างอิสระ ไม่มีข้อบังคับที่ตายตัว สามารถเลือกใช้เทคนิคในการจัดงานได้หลายรูปแบบ แต่ข้อมูลที่ถูกนำมาพูดคุยภายในงานก็จะเป็นข้อมูลที่ไม่หนักจนเกินไปเช่นกัน

  1. งานแสดงสินค้า

เชื่อว่าหลายคนคงจะคุ้นเคย และเคยมีส่วนร่วมกับงานอีเว้นท์รูปแบบนี้มากที่สุด เพราะเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดรูปแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เป็นการจัดงานเพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการขององค์กรให้เกิดความดึงดูดและความน่าสนใจ ส่วนมากจะเน้นเป็นการเปิดตัวหรือปรับเปลี่ยนสินค้า ซึ่งถือเป็นช่องทางในการกระจายสารให้รับรู้ในวงกว้างได้อย่างดี

  1. งานประชุม

งานอีเว้นท์รูปแบบนี้จะเน้นเป็นการประชุมหรือพูดคุยกันในเรื่องที่มีสาระและความรู้เป็นหลักมากกว่างานอีเว้นท์ในรูปแบบสัมมนา มักจะใช้วิทยากรที่มีความรู้หรือผู้เชี่ยวชาญมาพูดคุย ให้ความรู้ และแชร์ประสบการณ์ที่มีให้กับผู้ที่เข้าร่วมงานอีเว้นท์

  1. งานอีเว้นท์ประเภทอื่นๆ

งานอีเว้นท์ประเภทนี้จะมีลักษณะการจัดงานที่ไม่ตายตัว และไม่มีแบบแผนเหมือนการจัดงานอีเว้นท์ในรูปแบบอื่นๆ ขึ้นอยู่กับว่างานอีเว้นท์นั้นจะดำเนินไปในลักษณะไหน สถานที่แบบใด อาจเป็นงานขนาดเล็กหรืองานขนาดใหญ่ก็ได้ เช่น การจัดนิทรรศการ, งานเลี้ยงภายในองค์กร, งานแจกลายเซ็น, งานแฟชันโชว์, งานการกุศล เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นงานอีเว้นท์ทั้งสิ้น

การรู้จุดประสงค์ในการจัดงานอีเว้นท์จะทำให้ผู้จัดงานสามารถออกแบบได้ว่างานที่ออกมาควรมีลักษณะอย่างไร เพื่อกำหนดรูปแบบการจัดงานอีเว้นท์ให้ตรงกับสิ่งที่ต้องการนำเสนอแก่ผู้ร่วมงาน และถ้าหากยิ่งได้ผู้เชี่ยวชาญมาช่วยในการจัดงานอีเว้นท์ก็จะยิ่งทำให้งานอีเว้นท์นั้นๆ ออกมามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน

Internet Data Center สิ่งจำเป็นที่ธุรกิจ และองค์กรต้องให้ความสำคัญ

จริงๆ หลายคนอาจจะรู้อยู่แล้วว่า Internet Data Center เป็นห้องที่ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นที่จัดเก็บรักษา Server ไม่ว่าจะเป็น Web Hosting เล็กๆ จนกระทั่ง Super Computer ขององค์กร หรือธุรกิจขนาดใหญ่ ที่มีการใช้ข้อมูลมากๆ เป็นต้น แน่นอนว่าเพื่อให้ธุรกิจของคุณสามารถดำเนินการไปได้อย่างราบรื่น จึงจำเป็นอย่างมากในการเลือกใช้บริการ Internet Data Center ที่ได้มาตรฐาน

เพราะการดำเนินธุรกิจของบริษัท หรือองค์กรทั้งขนาดเล็ก และขนาดใหญ่ในปัจจุบันจะต้องมีการติดต่อสื่อสาร รับ – ส่งข้อมูลกันเป็นจำนวนมาก ยิ่งในกลุ่มธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงด้วยแล้ว สิ่งที่จะทำให้ธุรกิจดำเนินไปได้อย่างราบรื่นคือ การรับ – ส่งต่อข้อมูลได้อย่างทันท่วงที เพื่อประสิทธิภาพในการดึงข้อมูลไปใช้ประโยชน์นั่นเอง ซึ่งถ้าคุณเลือก Internet Data Center ที่ได้มาตรฐานแทบไม่ต้องเป็นห่วงเลย เพราะมันถูกออกแบบมาเพื่อมุ่งเน้นที่จะตอบสนองให้ Server สามารถทำงานได้เสถียรที่สุด และในปัจจุบันองค์กร หรือธุรกิจส่วนใหญ่ต่างก็ให้ความสำคัญในเรื่องของ Internet Data Center มากขึ้นด้วยนะคะ

ซึ่ง The Premier Data Center ของ ISPIO ก็เป็นตัวเลือกที่บริษัทชั้นนำต่างตัดสินใจเข้ามาใช้บริการ ก็เพราะเราสามารถตอบสนองความต้องการใช้งานด้านต่างๆ ของลูกค้าได้เป็นอย่างดี เนื่องจากทางเราได้มีการออกแบบและพัฒนาห้อง Internet Data Center ให้ได้มาตรฐานสากลระดับโลก ซึ่งภายใต้ ISPIO ก็ยังมีทีมงานคุณภาพที่คอยดูแล และพัฒนาการบริการให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ไม่เพียงแค่นั้น เรายังคำนึงถึงระบบไฟฟ้าหลัก ระบบไฟฟ้าสำรอง ระบบควบคุมอุณหภูมิความเย็น ไปจนถึงระบบรักษาความปลอดภัย เพื่อให้การทำงานของระบบออกมามีประสิทธิภาพมากที่สุดนั่นเอง

หากมีข้อสงสัย หรือสนใจผลิตภัณฑ์สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-107-8251 ต่อ 413 และสามารถลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษต่างๆ จาก ISPIO : Cloud Data Center ได้แล้ววันนี้ที่ https://www.ispio.com/ นะคะ

ทำไม Cloud ถึงมีแนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ

Cloud ไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่ เพราะในปัจจุบันมีคนเริ่มรู้จัก และเข้าใจเรื่องเกี่ยว Cloud Computing กันมากขึ้นแล้ว ยิ่งเดี๋ยวนี้ Cloud เข้าใกล้ตัวเรามากขึ้น ทำให้ Cloud Computing มีแนวโน้มพัฒนา และเติบโตเรื่อยๆ โดยสาเหตุที่เป็นปัจจัยหลักของการทำให้ Cloud เติบโตอย่างทุกวันนี้และมีแนวโน้มจะเติบโตเรื่อยๆ ก็คือ ความเร็ว และระบบของ Internet นั่นเอง

โดยที่ความเร็ว และระบบของ Internet ถูกปรับให้มีความเร็วเพิ่มสูงขึ้น ดีขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อก่อนเราต้องมี Server เป็นของตัวเอง เพื่อเข้าถึงฐานข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเราก็สามารถปรับปรุงข้อมูลจากเครื่อข่ายต่างๆ ได้เอง แต่เดี๋ยวนี้ระบบ Internet ก็ได้พัฒนามาไกลมากแล้วจริงๆ จากเมื่อก่อนใช้สายลากต่อตามบ้าน หรือตามบริษัท องค์กร ปัจจุบันก็มีการพัฒนาระบบ Internet ไร้สายที่เราเล่นผ่านสมาร์ทโฟนทุกวันนี้เพิ่มขึ้นมาอีก นั่นทำให้เราสามารถเข้าถึง และจัดการข้อมูลต่างๆ ที่อยู่บนโลกนี้ได้อย่างสบายๆ เมื่อมองกลับมายังปัจจุบันระบบ Cloud  นั้นมันจะสามารถเข้ามาช่วยให้การทำงาน และการเข้าถึงข้อมูลของเราได้เร็วขึ้นแน่นอน เพราะข้อจำกัดต่างๆ ลดลง และการเชื่อมโยงโครงข่าย Internet เข้าถึงกันหมดแล้วนั่นเอง

หากใครมีความสนใจ อยากรู้เรื่อง Cloud Computing แบบละเอียดมากขึ้นทาง Nipa Cloud ได้มีการจัดอบรม Cloud ในหลักสูตร Cloud Computing Fundamentals อยู่นะคะ โดยการอบรม Cloud ครั้งนี้ เรามุ่งเน้นในการพัฒนามุมมองทางธุรกิจ และมีการให้ความรู้ ความเข้าใจพื้นฐานของ Cloud Computing และ OpenStack ด้วยนั่นเอง โดยสามารถเข้าไปดูรายละเอียดของหลักสูตรเพิ่มเติมได้ที่ https://training.nipa.cloud/cc101-2/ เลยนะคะ

QR Code กับงานอีเว้นท์ สามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้อย่างไร?

QR Code ถือเป็นเครื่องมือที่ครบครัน สะดวก และรวดเร็ว เพราะเพียงแค่สแกนโค้ด ผู้ใช้ก็จะสามารถรับข้อมูลที่ต้องการได้ในเวลาเพียงเสี้ยววินาที อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อข้อมูลไปยังเว็บบราวเซอร์อื่นๆ บนมือถือได้อีกด้วย ถือว่าเหมาะกับยุคดิจิทัลแบบนี้ ที่ผู้คนต่างดำเนินชีวิตกันด้วยความรวดเร็ว

การหาเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อมาเสริมสร้างงานอีเว้นท์ให้โดดเด่น สมบูรณ์แบบ และทันสมัยจึงกลายเป็นเรื่องสำคัญ ยิ่งเราหาอะไรที่สะดวกรวดเร็วมารองรับผู้ร่วมงานได้มากเท่าไร ผู้ร่วมงานก็จะยิ่งประทับใจกับการจัดงานอีเว้นท์ของเรามากขึ้นเท่านั้น แล้วเราจะสามารถนำ QR Code มาประยุกต์ใช้กับงานอีเว้นท์ ตรงส่วนไหน อย่างไรบ้าง?

ลงทะเบียนเข้างาน

การลงทะเบียนแบบเก่าต้องใช้ทั้งกระดาษ ปากกา และยังต้องเสียเวลาต่อแถวเขียนชื่ออีก หากเปลี่ยนเป็นการลงทะเบียนผ่าน QR Code สามารถใช้ได้ทั้งการลงทะเบียนล่วงหน้า หรือการลงทะเบียนหน้างานก็ได้ ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลา และทำให้งานดำเนินไปอย่างสะดวกรวดเร็วมากขึ้น

 

ร่วมสนุกกิจกรรม

อาจจะเป็นกิจกรรมตอบคำถาม หรือกิจกรรมชิงโชคเพื่อรับของรางวัลภายในงานก็ได้ ซึ่งการจัดกิจกรรมก็จะช่วยให้งานอีเว้นท์ของเราไม่น่าเบื่อ เป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้ร่วมงานกับผู้จัดงาน แถมยังช่วยยืดเวลาให้ผู้ร่วมงานอยู่ที่งานอีเว้นท์ได้นานขึ้นอีกด้วย

 

ชำระเงิน

ใช้จ่ายสินค้าภายในงานอีเว้นท์ผ่านป้าย QR Code เพื่อลดการใช้เงินสด เพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการซื้อขายสินค้าให้มากยิ่งขึ้น

 

นอกจาก QR Code จะตอบโจทย์เรื่องความสะดวกสบายภายในงานอีเว้นท์แล้ว ยังสามารถลดค่าใช้จ่าย ลดจำนวนเจ้าหน้าที่ในการควบคุมดูแลงาน และลดจำนวนการใช้ทรัพยากรที่ฟุ่มเฟือยได้อีกด้วย ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อยเลยล่ะ

สร้างงานอีเว้นท์ให้น่าสนใจ ด้วยลูกเล่นสนุกๆ จาก Instagram

มีช่วงหนึ่งที่กระแสการเล่น Instagram ได้จางลงไป แต่เมื่อมีการอัปเดทฟีเจอร์ใหม่ๆ เพิ่มขึ้น ผู้คนก็กลับมาเล่นกันอย่างล้นหลามอีกครั้ง และฟีเจอร์ที่ทำให้คนกลับมาฮิต ติด Instagram กันอีกครั้งก็คือ Instagram Stories เราจะสามารถถ่ายรูปหรือคลิปวิดีโอสั้นๆ ให้เพื่อนๆ ได้เห็นแบบรายวัน และจะถูกลบออกโดยอัตโนมัติภายใน 24 ชั่วโมง ขอบอกเลยว่าการอัปเดทครั้งนี้ มีลูกเล่นข้างในเพียบ ถึงขนาดเล่นเพลินๆ ได้ทั้งวันเลยล่ะค่ะ ทีนี้เราลองมาดูกันว่า เราจะสามารถใช้ฟีเจอร์เหล่านี้ให้เกิดประโยชน์กับงานอีเว้นท์ของเราได้อย่างไรบ้าง

Live Video

เป็นฟีเจอร์ที่เราใช้ถ่ายทอดสถานการณ์แบบสดๆ ในตอนนั้นให้เหล่าผู้ติดตามได้รับชมกัน ทำให้เราสามารถถ่ายทอดบรรยากาศภายในงานอีเว้นท์ และผู้คนที่มาร่วมงานอีเว้นท์ได้แบบเรียลไทม์กันไปเลย ประโยชน์ของฟีเจอร์นี้ นอกจากจะเป็นการสร้างการรับรู้แล้ว ยังอาจทำให้คนอยากมาร่วมงานเพิ่มขึ้นด้วยก็ได้นะคะ

Location, @Mention, #Hashtag

Instagram Stories ไม่ได้มีแค่การถ่ายรูปหรือคลิปวิดีโอเท่านั้น

  • เราสามารถติดแท็ก Location หรือสถานที่จัดงาน เพื่อให้ผู้ติดตามคลิกเข้าไปดูตำแหน่งที่ตั้งของงานอีเว้นท์ใน Map ได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องเสียเวลาเสิร์ช
  • สามารถแท็ก @Mention IG account ลงในสตอรี่ได้ด้วย เช่น แท็กบูธที่มาออกงานอีเว้นท์ในวันนั้น เพื่อเป็นการ PR บูธต่างๆ ไปในตัว
  • การติด #Hashtag ก็จะเป็นการเพิ่มช่องทางการเข้าถึงรูปที่ผู้เข้าร่วมงานติดแฮชแท็กเอาไว้ ทำให้คนอื่นๆ สามารถเข้าไปรูปในแฮชแท็กเดียวกันได้

Poll

เป็นลูกเล่นที่จะทำให้ผู้ติดตามได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นกับงานอีเว้นท์ของเรา โดยการกำหนดโหวตระหว่าง 2 สิ่งขึ้นมา ซึ่ง Feedback ที่ได้รับจากผู้ร่วมงานอีเว้นท์ก็จะเป็นประโยชน์ต่อการสรุปผล และยังสามารถนำไปปรับใช้กับงานอีเว้นท์ในอนาคตได้อีกด้วย

Ask a question

ฟีเจอร์นี้เป็นการเปิดโอกาสให้เหล่าผู้ติดตามเข้ามาถามคำถามกับเรา หรือเราจะตั้งคำถามให้เหล่าผู้ติดตามส่งคำตอบหรอืความคิดเห็นมาก็ได้ เป็นการแสดงความคิดเห็นกันแบบเรียลไทม์ และยังสามารถเก็บข้อมูลไปในตัวได้ด้วยนะคะ

Emoji Sliders

อีกช่องทางที่จะทำให้ผู้ติดตามได้แสดงความคิดเห็นแบบง่ายๆ และไม่ต้องเสียเวลาก็คือการสร้าง Poll ให้พวกเขาสไลด์ตัวอิโมจิเพื่อแสดงระดับความรู้สึกนั้นๆ ใช้งานง่าย แถมยังน่ารักด้วยนะ

ฟีเจอร์ที่ถูกอัปเดทใน Instagram Stories ล้วนเป็นฟีเจอร์ที่สร้างการมีส่วนร่วมกับงานอีเว้นท์ได้ทั้งนั้น ลองนำมาประยุกต์ใช้กับงานอีเว้นท์ของคุณดูนะคะ รับรองว่ามีประโยชน์ และจะช่วยสร้างความน่าสนใจให้กับงานอีเว้นท์ได้แน่นอน